นำเสนอ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ blogger ของเด็กหญิงนวพร นามเพ็ง ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่2/11 เลขที่26 วิชาประวัติศาสตร์

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

28 มูลเหตุของการทำสงครามสหรัฐ-อิรัก

28 มูลเหตุของการทำสงครามสหรัฐ-อิรัก มูลเหตุของการทำสงครามสหรัฐ-อิรัก 1x42.gif หลังเหตุการณ์ก่อการร้ายเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2001สหรัฐฯได้ประกาศทำสงครามกับประเทศที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายอย่างเต็มรูปแบบ โดยเริ่มปฏิบัติการในอัฟกานิสถานเป็นประเทศแรก ต่อมาประธานาธิบดีสหรัฐฯ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ประกาศชัดเจนว่า ประเทศอิรัก อิหร่าน และเกาหลีเหนือ เป็นกลุ่มแกนนำแห่งความชั่วร้าย หรือ “อักษะแห่งความชั่วร้าย” โดยมีความเป็นไปได้ว่าประเทศเหล่านั้นอาจจะร่วมมือกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่มีอยู่มากมายหลายกลุ่ม สหรัฐพุ่งเป้าไปที่ประเทศอิรัก โดยให้เหตุผลว่าประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน ครอบครองอาวุธที่เป็นภัยร้ายแรงมาก อีกทั้งยังให้ที่พักพิง แก่ผู้ก่อการร้ายกลุ่มอัลกออิดะห์ ของนาย โอซามา บิน ลาเด็น ซึ่งเท่ากับว่า อิรักมีส่วนเกี่ยวพันกับการโจมตีอาคารเวิร์ลเทรดเซนเตอร์ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2001 ด้วย วัตถุประสงค์ในการทำสงครามสหรัฐ-อิรัก เมื่อ 21 มี.ค 2546 นายโดนัลด์ รัมสเฟลด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ประกาศวัตถุประสงค์ในการโจมตีอิรักไว้ดังนี้ 1. ยุติการปกครองซึ่งนำโดยประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน 2. ทำลายล้างอาวุธที่มีอำนาจการทำลายล้างสูง 3. ค้นหาและตรวจจับตัวผู้ก่อการร้ายที่เข้ามาซ่อนตัวในอิรัก 4. รวบรวมข่าวเพื่อค้นพบเครือข่ายการลักลอบการค้าอาวุธที่ทำลายล้างสูงในโลกและเครือข่ายการก่อการร้ายในอิรักและประเทศอื่นๆ 5. ยุตินโยบายการแทรกแซง และเริ่มนำความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม ทั้งด้านอุปโภคบริโภคและยาให้แก่ชาวอิรัก 6. รักษาความปลอดภัยบ่อน้ำมันและทรัพยากรของชาวอิรัก เพื่อให้ชาวอิรักได้นำทรัพยากรเหล่านั้นมาใช้ในการพัฒนาประเทศ และฟื้นฟูประเทศหลังจากล้มล้างรัฐบาลประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน 7. ช่วยให้ชาวอิรักมีรัฐบาลที่ไม่เป็นภัยกับประชากรเพื่อนบ้านและไม่สนับสนุนการก่อการร้าย สรุปเหตุการณ์การสู้รบในสงครามสหรัฐ-อิรัก สหรัฐเริ่มการโจมตีอิรักตามแผนยุทธการ "Operation Iraqi Freedom" เมื่อวันที่ 20 ปี ค.ศ. 2003 โดยเน้นการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงรุนแรง เพื่อสังหารผู้นำอิรัก พร้อมกับทำลายที่ตั้งทางทหาร และที่ทำการของรัฐบาล โดยให้มีผลกระทบต่อพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานน้อยที่สุด หลังการโจมตีอิรักเป็นเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ทหารสหรัฐฯ ก็รุกเข้าถึงกรุงแบกแดดและยึดพื้นที่ไว้ได้ วันที่ 9 เมษายน 2003 นาย Mohammed Aldouri เอกอัครราชทูตอิรักประจำ สหประชาชาติ ยอมรับว่าการต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว โดยไม่สามารถติดต่อกับรัฐบาลอิรักที่กรุงแบกแดดได้ ประกอบกับการที่เอกอัครราชทูตอิรักในหลายประเทศ มีความสับสนเกี่ยวกับสถานภาพของรัฐบาลอิรัก จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันว่ารัฐบาลประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน หมดอำนาจลงแล้ว ภายหลังจากสหรัฐอเมริกา ได้โค่นล้มประธานาธิบดีซัดดัม และได้เข้ายึดครองอิรักเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปี ปรากฏว่าไม่พบหลักฐานตามที่ประธานาธิบดีบุชได้กล่าวอ้างแต่อย่างใด คณะกรรมาธิการข่าวกรอง ของวุฒิสภาของสหรัฐอเมริกาที่ตั้งขึ้นมา เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้ข้อสรุป และเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า สหรัฐอเมริกาได้รุกรานอิรักโดยอาศัยข้อมูลข่าวกรองที่ไม่ถูกต้อง และเป็นข้อมูลที่ไม่ชอบธรรม ที่ประธานาธิบดีบุชใช้เป็นข้ออ้างในการทำสงคราม นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ยังพบว่า สำนักข่าวกรองกลาง ไม่สามารถหาหลักฐานที่น่าเชื่อมาแสดงว่า ซัดดัมกับกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ เป็นพันธมิตรกันไม่ว่าจะมองในแง่มุมใดก็ตาม 1x42.gif

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น